สวัสดีครับ ท่านที่เคารพทั้งหลายผมชื่อนายอุทัย ดุลยเกษม ครับก่อนอื่น ในฐานะของผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯคนหนึ่ง ผมขอแสดงความยินดีกับท่านที่เคารพทั้งหลายที่ท่านได้มีโอกาสใช้สิทธิดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากว่างเว้นมาหลายปี การใช้สิทธิของท่านในครั้งนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นการเลือกผู้ที่จะมาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯเป็นสำคัญการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯมหานครครั้งนี้ มีผู้สมัครจำนวนมากกว่า ๓๐ คน ผู้สมัครทุกคนต่างก็เสนอนโยายหรือโครงการต่างๆที่อ้างว่าเพื่อรับใช้ประชาชนในกรุงเทพฯทั้งสิ้น แต่ในจำนวนผู้สมัครทั้งหมดนี้ อาจจะแบ่งออกเป็นกลุ่มได้สองกลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มที่ผู้สมัครเป็นนักการเมืองอาชีพหรือผู้ที่ต้องการยึดเอาการเมืองเป็นอาชีพ เพราะฉะนั้นผู้สมัครกลุ่มนี้ จึงลงสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมืองที่มีโอกาส และพยายามอย่างมากที่สุดที่จะได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นอาชีพอยู่ตลอดไป ผู้สมัครอีกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่ต้องการสมัครเลือกตั้งเพราะต้องการเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน ทั้งในการแก้ปัญหาด้านต่างๆและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากตระหนักดีว่า แม้การรับใช้ประชาชนในการแก้ปัญหาต่างๆและการพัฒนาคุณภาพของประชาชนจะสามารถกระทำได้ แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง และผู้สมัครกลุ่มนี้หลายคนได้ทำงานในลักษณดังกล่าวให้เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้ว ดังกรณีของคุณรสนา โตสิตระกูล ตามที่ท่านทั้งหลายรับทราบกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงในกระทรวงสาธารณสุข การป้องกันปกป้องไม่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตต้องแปรสภาพเป็นธุรกิจเอกชน การทวงทุนคืนจากบริษัท ปตท. ให้กับรัฐบาล และการแก้ปัญหาอันเกิดจากโรงไฟฟ้าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในซอยอ่อนนุช เป็นต้นแต่เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ขนาดและความซับซ้อนของปัญหาต่างๆในกรุงเทพฯที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯอยู่ในสภาพที่ตกต่ำย่ำแย่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหาการเดินทางและการคมนาคมขนส่ง ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังเป็นประจำ ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาการขาดพลังร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเอง เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่ด้อยโอกาส จำเป็นต้องมีทรัพยากรที่มากพอ ทั้งทรัพยากรที่เป็นงบประมาณและทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ด้วยเหตุดังนั้น ผู้สมัครกลุ่มนี้ จึงสมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมิได้คิดจะเป็นนักการเมืองอาชีพแต่อย่างใดผมมองเห็นประเด็นนี้ ชัดเจน ในกรณีของคุณรสนา โตสิตระกูล ผมจึงขอสนับสนุนคุณรสนา โตสิคระกูลให้ได้เข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผมเชื่อว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความสงสัยว่า ผู้สมัครที่ไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมอย่างกรณีของคุณรสนา โตสิตระกูล จะมีความสามารถในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงละหรือ ผมเข้าใจในการตั้งข้อสงสัยดังกล่าวนี้ เพราะ คนส่วนมากมองเรื่องการบริหารจัดการองค์กรในแบบสมัยใหม่ที่เป็นทางการ อย่างองค์กรทางธุรกิจ และองค์กรทางราชการ ซึ่งเล่าเรียนกันได้ในมหาวิทยาลัย เช่น หลักสูตรการบริหารจัดการภาครัฐและการบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งจัดสอนกันทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง แม้ว่าความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจากองค์กรภาครัฐและองค์กรภาคธุรกิจมีความสำคัญ แต่การบริหารจัดการในภาคดังกล่าว ไม่ซับซ้อนและยากมากนักเพราะองค์กรเหล่านั้น มีระเบียบกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ กำกับอยู่มากมาย คนทำงานในองค์กรเหล่านี้ ล้วนแต่ยึดเอากฎเกณฑ์ ระเบียบและข้อบังคับเหล่านั้นเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ โดยมีงบประมาณและเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆ สนับสนุนอย่างค่อนข้างพร้อมเพรียง แต่ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หมักหมมและการพัฒนาด้านต่างๆในสังคมที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่รวดเร็วและปั่นป่วนเพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ตามที่รัฐบาลประกาศไว้นั้น การบริหารจัดการโดยวิธีที่รู้จักกันดีที่เรียกว่า “การบริหารองค์กรสมัยใหม่” (Modern Organizational Management) ไม่เพียงพออย่างแน่นอน ในกรณีเช่นนี้ เราจำเป็นต้องนำเอาความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการที่เรียกว่า “การบริหาจัดการทางวัฒนธรรมและสังคม” (Social and Cultural Management) เข้ามาใช้เสริมกันอย่างจริงจัง“การบริหารจัดการทางสังคมและวัฒนธรรม” นี้ ไม่มีหลักสูตรสอนกันในสถาบันการศึกษา เพราะการบริหารจัดการประเภทนี้เป็นการบริหารจัดการกับปวงชนหรือกลุ่มคนในสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการแก้ปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม จากประสบการณ์ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นอย่างประจักษ์ชัดแล้วว่า องค์กรภาครัฐก็ดี องค์กรภาคธุรกิจก็ดี ไม่สามารถบริหารจัดการกับปวงชนหรือกลุ่มคนจำนวนมากๆได้ จึงต้องใช้อำนาจทางกฎหมายหรือใช้อาวุธที่ร้ายแรงเข้ามาจัดการอย่างเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยได้ผลลัพธ์อะไรที่มั่นคงและยั่งยืนแต่ถ้าท่านที่เคารพทั้งหลาย ดูจากนโยบายการทำงานและกลุ่มคนที่คุณรสนา โตสิตระกูลเชิญชวนมาเป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่า บุคคลกลุ่มนี้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างยาวนานในการดึงประชาชนหรือมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างน่าพึงพอใจบนพื้นฐานของแนวคิดด้านการบริหารจัดการที่บูรณาการกันอย่างลงตัวระหว่าง การบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่กับการบริหารจัดการด้านสังคมและวัฒนธรรมนี้เอง ที่คุณรสนาโตสิตระกูล จะนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆของกรุงเทพมหานครและการพัฒนากรุงเทพฯ ไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการกรุงเทพมหานครในแนวทางที่คุณรสนา โตสิตระกูลจะนำมาใช้ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนี้ จึงมิใช่ข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการตามที่หลายท่านมีข้อสงสัยและติดใจ แม้จะไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลังสำหรับผมเอง ปีนี้อายุ ๘๐ ปีแล้ว ผ่านประสบการณ์ทางด้านการศึกษามาตลอดชีวิตการทำงาน รับการเชิญชวนของคุณรสนา โตสิตระกูลมาเป็นที่ปรึกษา มิได้หมายความว่า ผมจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่คุณรสนาเพียงคนเดียวหรือเฉพาะภายในทีม เท่านั้น แต่ผมคิดถึงการเชิญชวนผู้อื่นที่มีความรู้ มีความคิดและมีความอาทรต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนในกรุงเทพฯ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการ่วมกันคิดร่วมกันทำ ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นคนในวงการศึกษา หรือวงการใดๆ ก็ตาม รวมทั้งประชาชนคนธรรมดาทั่วไปด้วยประสบการณ์ต่างๆ ในช่วงชีวิตของผม ผมเห็นว่า ผู้นำผู้หญิงที่เป็นคนดีและคนซื่อสัตย์ส่วนมาก ไม่ว่าในวงการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องเด็กและเยาวชน เรืองคนพิการ เรื่องคนสูงอายุ เรื่องสภาพแวดล้อมและเรื่องสุขภาวะ มากกว่าผู้นำที่เป็นผู้ชายอย่างชัดเจนด้วยเหตุดังนั้น การคิดเรื่องการจัดการศึกษาเรียนรู้ ทั้งเพื่อการอาชีพและการมีชีวิตทีมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างคุณรสนา โตสิตระกูลจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษอย่างแน่นอนท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ในระยะเวลาสั้นๆ อีกประมาณสองสัปดาห์จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมขอให้ท่านตั้งสติและคิดพิจารณาอย่างรอบคอบและมองไปข้างหน้า โดยไม่ติดยึดกับกระแสหรือ คำชักชวนโน้มน้าวใดๆ ว่า ท่านต้องการจะให้ชีวิตของท่านที่เหลืออยู่และชีวิตของลูกหลานของท่านอีกยาวไกล มีความสุขและมีการดำรงชีวิตที่มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์หรือไม่อย่างไร และท่านควรจะเลือกผู้สมัครคนไหนให้เข้ามาทำงานเพื่อรับใช้ท่านทั้งหลายทั้งในปัจจุบันและเพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของลูกหลานของท่าน ผมขอให้ท่านพิจารณาคุณรสนา โตสิตระกูลโดยสนับสนุนให้คุณรสนา โตสิตระกูลได้มีโอกาสเข้ามาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนในกรุงเทพมหานครในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นคนต่อไปครับขอบคุณมากครับ๗ พ.ค. ๒๕๖๕

Leave a comment