เราลืมเธอไปได้อย่างไร? รสนา โตสิตระกูล


.
ผมกำลังพูดถึงคุณรสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 เธอเป็นม้านอกสายตา แทบจะไม่มีใครสนใจ มิหนำซ้ำ ยังถูกกีดกันจากสื่อมวลชนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือสื่อทางทีวีช่องต่าง ๆ
.
ผมรู้จักคุณรสนา โตสิตระกูล มาตั้งแต่สมัยที่กำลังเริ่มชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อประท้วงการหลีกเลี่ยงภาษี และการกระทำที่ไม่โปร่งใส ตลอดจนการแก้กฎหมายเพื่อให้ตัวเอง และพรรคพวกของตัวเองได้ประโยชน์ของทักษิณ ชินวัตร
.
คุณรสนา กับผมในขณะนั้น (พ.ศ.2548) ต่างคนต่างมีหน้าที่ไปคนละรูปแบบ ผมนำมวลชนออกมาประท้วง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และความถูกต้องทางสังคม ที่ถูกรังแกจากอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำ และต่อมาไปจนถึง ตัวแทนนอมินีของทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตราบจนกระทั่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
.
ส่วนคุณรสนา นั้น ก็ทำหน้าที่ NGO ที่ต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐเช่นกัน เพียงแต่เธอในเชิง กฏหมาย โดยผ่านองค์กรทางนิติธรรมหลาย ๆ องค์กร
.
ผมยังจำได้ว่า ผมลุกขึ้นมาต่อต้านความพยายามของทักษิณ ชินวัตร ที่จะแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยจะแยกสายส่งไฟฟ้าออกมาเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้เอกชนมาเป็นเจ้าของ ในการต่อสู้ของผมนั้น ผมขึ้นเวที และให้ความรู้กับประชาชน เหมือนกับที่ผมให้ความรู้ผ่านทางเฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ ในทุกวันนี้
.
ส่วนคุณรสนานั้นก็เดินเรื่องต่อต้านอย่างเต็มที่ ผ่านช่องทางกฎหมาย จนกระทั่งในที่สุด ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาออกมาว่า การแยกสายส่งออกมาตั้งเป็นบริษัทนั้น ทักษิณ ชินวัตร ไม่สามารถจะทำได้
.
และนี่คือชัยชนะของคุณรสนา โตสิตระกูล ที่ต่อสู้ท่ามกลางอำนาจทางการเมืองที่ล้นฟ้าของทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น
.
การต่อสู้กับ ปตท. เพื่อเรียกร้องให้ ปตท. นั้นคืนท่อส่งก๊าซ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ กลับมาให้กับกระทรวงการคลัง หลังจากที่ ปตท. ได้ทำการแปรรูปออกไปแล้ว
.
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ได้น้อยไปกว่าการที่รัฐบาลชุดทักษิณ ชินวัตร จะฮุบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
.
และในที่สุด เธอก็ต่อสู้ได้สำเร็จ
.
แทบจะไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ขบวนการขั้นตอนในการต่อสู้นั้น มันหนักหนา สาหัส เดือดร้อน และต้องใช้ความอดทน
.
แต่คุณรสนา ก็ต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ และไม่ยอมแพ้ต่อความไม่เป็นธรรมที่ส่วนรวมกำลังได้รับ จากผู้มีอำนาจในรัฐบาล
.
เมื่อคุณรสนาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของ กทม. ด้วยคะแนนเสียงอันดับหนึ่งของ กทม. (7 แสนกว่าเสียง) ผมก็แอบชื่นชมบทบาทของคุณรสนาไม่ได้ เพราะการแสดงออกคุณรสนา ในสภานั้น เป็นการแสดงออกที่มุ่งต่อประโยชน์ของส่วนรวม รักษากฎหมาย ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่มากมาย สำหรับคนที่เคยติดตามเรื่องราวทางการเมืองในยุคนั้น ซึ่งผมจะไม่เอามาพูด เพราะมันมีมากเกินไป
.
แต่ผมจะพูดเพียงกรณีเดียวที่สะท้อนให้เห็นจิตใจอันแข็งแกร่ง และความกล้าหาญที่คุณรสนา ได้ทำในช่วงที่เป็น ส.ว.อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ที่ผมไม่เคยเห็นใครทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ในยุคเก่า ๆ หรือ ส.ว. ยุคปัจจุบัน
.
วันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ประชาชนไปชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภา แล้วตำรวจยิงก๊าซน้ำตา ฆ่าประชาชนอย่างเมามัน (แม้กระทั่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็อยู่ในกลุ่มตำรวจพวกนั้น)
.
ในวันนั้น เวลานั้น คุณรสนา ในฐานะเป็นวุฒิสมาชิก ที่กำลังประชุมอยู่ในสภา พร้อมกับรัฐบาล ลุกขึ้นมาต่อสู้พร้อมประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งให้ตำรวจหยุดฆ่าประชาชน เธอลุกขึ้นมาพูด และต่อสู้อย่างเต็มที่ โดยไม่หวั่นเกรง ส.ส.พรรครัฐบาล (พรรคที่คุณชัชชาติ เคยเป็นสมาชิกอยู่)
.
ถึงแม้ว่าเธอจะทำไม่สำเร็จ แต่การต่อสู้ของเธอในสภาในวันนั้น คนที่ติดตามข่าวก็ย่อมรับทราบ และรู้สึกซาบซึ้ง และประทับใจในการกระทำของเธอที่ทำด้วยความกล้าหาญ พร้อมทั้งมโนธรรม และคุณธรรม ที่เธอได้แสดงออก
.
สมัยที่เธอเป็นกรรมการบอร์ดของ อสมท. เธอเป็นคนที่เรียกร้องให้ อสมท. ดำเนินการทางกฎหมายให้ถูกต้องกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ซึ่งได้สัมปทานจาก อสมท. ไปในขณะนั้น ซึ่งเธอเป็นคนเดียวที่กล้าแสดงออกในเรื่องดังกล่าว เพื่อความถูกต้อง และนำผลประโยชน์ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยกลับคืนสู่ อสมท. (จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่า ในการสมัครผู้ว่า กทม. ในครั้งนี้ ในขณะที่ช่อง 3 ได้เชิญผู้สมัครผู้ว่า กทม. ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ แต่ก็ไม่เคยเชิญคุณรสนา เลยแม้แต่ครั้งเดียว)
.
ยังมีเรื่องราวอะไรอีกมากมาย ที่คุณรสนา ทำเพื่อส่วนรวมจริง ๆ ท่านผู้ชมที่ชมรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และกำลังอ่านโพสต์บทความนี้ของผม ลองคิดดูสิว่าคุณรสนา เป็นคนของส่วนรวมจริง ๆ และชีวิตทั้งชีวิต ก็ทำงานเพื่อส่วนรวม ที่สำคัญคือ เธอยังทำงานอย่างซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ต่อสู้โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
.
ทุกวันนี้ เธอกับสามีเธอ ก็ยังคงใช้ฮอนด้าซีวิคเก่า ๆ อายุ 14 ปี ทั้งสองคนสามีภรรยาทำงานมาตลอดชีวิต มีเงินเก็บแค่ 6-7 แสนกว่าบาทเท่านั้นเอง
.
เมื่อผมมองไปยังผู้สมัครผู้ว่า กทม. ทุกท่าน ตั้งแต่หมายเลข 1-8 เมื่อผมเอามาตรฐานในการทำงานของคุณรสนาตั้ง และความสมถะในชีวิตเธอ ตลอดจนความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญของเธอ จากอดีตที่ผ่านมา ผมยังไม่เห็นผู้สมัครผู้ว่าคนไหนเลยที่มีคุณสมบัติ คุณภาพ และผลงาน ที่พิสูจน์ได้ชัดจากอดีตถึงปัจจุบันเหมือนอย่างคุณรสนาเลย
.
น่าเสียดายอย่างสุดซึ้งที่ทุกวันนี้ พวกเราไปสนใจกับกระแส ใครมีความสามารถในการปั่นกระแสได้ ก็จะมีชื่อเสียงได้รับความนิยม แต่คนจริง กล้าหาญ สื่อสัตย์ และมีผลงานที่พิสูจน์ได้ จากอดีตถึงปัจจุบัน มีเพียงคุณรสนา โตสิตระกูล เพียงคนเดียวเท่านั้น
.
น่าเสียดายมากที่เธอเป็นม้านอกสายตา เธออาจจะเป็นผู้สมัครคนเดียวที่มีป้ายติดอยู่นับจำนวนชิ้นได้ และน่าจะเป็นผู้สมัครคนเดียวที่ให้ความจริงใจกับส่วนรวม และความซื่อสัตย์กับองค์กรที่เธอกำลังเสนอตัวเข้าไปบริหาร โดยผ่านจากการกระทำเก่า ๆ ของเธอซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้พวกเราเห็นว่า กทม. จริง ๆ แล้ว ต้องการคนอย่างเธอมากที่สุด
.
น่าเสียดายที่เธอเป็นม้านอกสายตา
.
เราจะลืมคนอย่างเธอได้ยังไง (ท่านผู้ชมที่อ่านโพสต์นี้แล้ว ถ้าเห็นด้วย ช่วยแชร์กันไปให้เยอะ ๆ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราน่าจะเอาสาระ และความจริงมาตัดสินมากกว่าการเห่อตามกระแสต่าง ๆ)
.
สนธิ ลิ้มทองกุล
วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565

‘รสนา’ ปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ชู 10 นโยบายทำได้ ย้ำ “หยุดโกง กรุงเทพฯ เปลี่ยนแน่”

‘รสนา’ ขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนจตุจักร ย้ำนโยบาย 10 เรื่องทำได้ทันที

วันที่ 7 พ.ค. 2565 น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพ หมายเลข 7 ปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ลานแอโรบิค ภายในสวนจตุจักร ย้ำนโยบาย ‘หยุดโกง กรุงเทพฯเปลี่ยนแน่’ พร้อมระบุว่า งานท้องถิ่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย เชื่อหากเปลี่ยนกรุงเทพฯ ได้ เราจะเปลี่ยนประเทศได้

ชูนโยบาย 10 ข้อว่าสามารถทำได้ทันที เพราะเมื่อหยุดโกงจะทำให้เหลืองบประมาณดูแล ชาว กทม. มากขึ้น ย้ำนโยบายเด่น อย่าง บำนาญประชาชน 3,000 บาท จุดยืนจะไม่ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ค่าโดยสารเหลือ 20 บาทตลอดสาย ขุดลอกคูคลอง แทนเมกะโปรเจกต์อุโมงค์น้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

ส่วนนโยบายด้านสาธารณสุข จะสนับสนุนการใช้ฟ้าทะลายโจร และยาไทย ติดตั้งโซลาร์รูฟ เพื่อประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่าย ติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งทางบก และทางน้ำ 1.5 ล้านตัว ยกระดับศูนย์อนามัย ขยายเวลา 24 ชั่วโมงพัฒนาเป็นโรงพยาบาล

นอกจากนี้ จะกระจายงบประมาณ 50 ล้าน 50 เขต ให้ประชาชนบริหารจัดการงบประมาณตามความต้องการ ปิดท้ายด้วยนโยบายด้านพลังงานจะส่งเสริมให้คนกทม. พร้อมทั้งสนับสนุนทุกครัวเรือน จดทะเบียนปลูกกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จะเพื่อดูแลชีวิต และทรัพย์สินของชาว กทม.

“ดิฉันสมัครในนามอิสระ ไม่มีพรรค และไม่มีกลุ่มทุนมาหนุนหลัง เพื่อที่ดิฉันจะเป็นตัวแทนอย่างแท้จริงในการที่จะดูแลผลประโยชน์ของประชาชนชาวกทม. อย่างเต็มที่” น.ส.รสนา ระบุ

ทั้งนี้ น.ส.รสนา ได้เปิดตัวทีมนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา, ด้านพัฒนาสังคมและความปลอดภัย, ด้านแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการ, ด้านดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และด้านปฏิรูประบบคมนาคมผังเมือง

ที่มา : workpointtoday.com

รสนา เผยรายชื่อที่ปรึกษามี “หม่อมกร-หมอเดชา-พิภพ ธงไชย” ร่วมทีม

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 7 เปิดเผยชื่อทีมที่ปรึกษา “หมอเดชา” นำทีมด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อดีตอธิการ ม.ศิลปากร พร้อม “พิภพ ธงไชย” กุนซื่อด้านการศึกษา “ม.ล.กรกสิวัฒน์” ด้านแก้ปากท้องและสวัสดิการ

วันนี้ (25 เม.ย.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครรับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 ได้โพสต์รายชื่อคณะที่ปรึกษา หากได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งมีทั้งหมด 5 ด้าน ดังนี้ 

1. ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา
รศ.ดร.อุทัย ดุลยเกษม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปการ
นายสัญญา มัครินทร์ นักการศึกษาแบบบูรณาการและออกแบบกระบวนการเรียนรู้
นายพิภพ ธงไชย เลขาธิการอาสามูลนิธิเด็ก
นางรัชนี ธงไชย ผู้อํานวยการ โรงเรียนหมู่บานเด็ก

2. ด้านพัฒนาสังคมและความปลอดภัย
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา โครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ
อ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (CivicNet)
ดร.ศุธาฎา เมฆาวงศกุล นักนโยบายสาธารณะและธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

3. ด้านแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการ
ผศ.ประสาท มีแต้ม นักสิทธิผู้บริโภคและพลังงาน
ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
ปาริฉัตร เหล่าธีระศิริวงศ์ กรรมการกองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ

4. ด้านดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
นายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้าน และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ
นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักขับเคลื่อนจริยธรรมแพทย์

Xพทป.แวสะมิง แวหมะ (หมอแวร์) สมาคมแพทย์อายุรเวชแผนไทยประยุกต์

5. ด้านปฏิรูประบบคมนาคมผังเมือง
รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ วิศวกรไฟฟ้าระบบ Smart Grid
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (กสท โทรคมนาคม)
นายชูชาติ ศุภวรรธนางกูร นักชลประทานและการบริหารจัดการน้ำ
นายพิสิษฐ์ พิบูลย์ศิริ นักชลประทานและการบริหารจัดการน้ำ

ชมคลิป : “รสนา” เปิดแผนรถไฟฟ้าสีเขียว 20 บาทตลอดสาย พร้อมแฉขบวนการก่อหนี้บีบต่อสัญญา BTS

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7จัดทำคลิปวิดีโอ เผยแพร่ทางช่องยูทูบ rosanabkk อธิบายข้อเสนอยกเลิกไม่ต่อสัมปทาน BTS เพื่อลดค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีเขียว เหลือ 20 บาทตลอดสาย พร้อมวางแผนคืนหนี้ BTS และกระทรวงการคลัง ทั้งหมด พร้อมแฉมีขบวนการก่อหนี้จำนวนมหาศาล เพื่อบีบให้ กทม.ต่อสัญญากับ BTS

“รสนา” ผู้ลงสมัครชิงผู้ว่า กทม. เบอร์ 7 สักการะศาลหลักเมือง วันครบรอบก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมาสักการะศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 240 ปี ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ น.ส.รสนา ระบุว่า ต้องการสานต่อเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้ง กทม. ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ปราศจากอบายมุข ช่วยให้ประชาชนอยู่ได้อย่างมีความสุข มีรายได้และมีความเข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน

“เนชั่นทีวี” ด้อยค่าเสนอข้อมูลเท็จ

“รสนา” เผย เตรียมฟ้อง “เนชั่น” ด้อยค่าเสนอข้อมูลเท็จ กล่าวหาเคยสอบตกผู้ว่าฯ กทม. มาแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยลงสมัครเลยด้วยซ้ำ ตั้งคำถามเหตุเพราะนโยบายค้านต่อสัมปทานบีทีเอสหรือไม่ 

วันที่ 11 เม.ย. 2565 น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า … รสนาเตรียมฟ้องเครือ Nation ด้อยค่าและกีดกันรสนา เพราะอะไร

ในช่วงที่ดิฉันกำลังติดพันกับภารกิจประกาศนโยบายเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ได้มีแฟนคลับส่ง YouTube ของช่อง Nation TV 22 ชื่อเรื่อง”เจาะผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ใครมีโอกาสเข้าวิน” ผู้ประกาศข่าวได้กล่าวพาดพิงถึงดิฉันว่า” อีกหนึ่งคนค่ะที่น่าสนใจ คือคุณรสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระ คุณรสนาเคยลงสมัครผู้ว่า กทม. มาแล้วนะ แต่ครั้งนั้นไม่ถึงฝั่งฝันนะคะ เนื่องจากว่าเสียงผู้สนับสนุนน้อยค่ะ เป็นกลุ่ม NGO กลุ่มพลังงานซึ่งก็มีไม่ค่อยมากนักในเมืองหลวงนะคะ “ดิฉันมีคำถามว่า ปกติช่อง Nation TV ไม่ค่อยเสนอข่าวความเคลื่อนไหวดิฉันในช่วงรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว

แต่พอถึงวันลงสมัคร 31 มีนาคม กลับเผยแพร่ภาพYouTube อันเป็นเท็จดังกล่าว“ เพราะดิฉันไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ดังนั้นจึงไม่เคยสอบตกในสนาม กทม.ด้วยคะแนนต่ำเตี้ยดังที่สื่อใหญ่นี้เต้าข่าวขึ้นมาเอง” แถมยังไปด้อยค่ากลุ่ม NGOs น้ำดีและกลุ่มเรียกร้องความเป็นธรรมด้านพลังงานเพื่อประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มภาคประชาสังคมอิสระที่ทุ่มเททำงานหนักเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเสมอมาถ้า Nation TVเป็นสื่อเล็กๆดิฉันคงไม่ติดใจเอาเรื่อง เพราะสื่อที่มีทุนใหญ่ระดับนี้ขุดข้อมูลเท็จมาด้อยค่าดิฉันโดยความเข้าใจผิด ก็ต้องตั้งคำถามเรื่องคุณภาพและความเป็นมืออาชีพในการทำสื่อ แต่ถ้าหากเป็นการจงใจดิสเครดิสหรือเตะตัดขาผู้สมัครหญิงธรรมดาอย่างดิฉันในช่วงเลือกตั้ง ก็ต้องถามหาเรื่องจรรยาบรรณของสื่อซึ่งมีสถานะเป็นฐานันดรที่ 5 ในสังคม

รวมทั้งข้อกระทำผิดตามกฎหมายแต่เครื่องหมายคำถามใหญ่ที่ประชาชนที่สนับสนุนดิฉันฝากถามมา คือ “มีอะไรอยู่เบื้องหลังการเสนอข่าวแบบนี้หรือเปล่า?”ดิฉันเคยได้รับเชิญจากรายการคมชัดลึกของช่องเนชั่นได้ไป ดีเบต ”เรื่องสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวราคา 25 บาททำได้จริงหรือไม่ “ กับซีอีโอบีทีเอสเมื่อรายการออนแอร์ในคืนวันที่ 27 เมษายน 2564 ปรากฎว่ามีการตัดข้อมูลการเงินที่ดิฉันเสนอว่าถ้าต่อสัมปทานบีทีเอสราคาควรไม่เกิน 25 บาท และทำได้จริงออกไป”

ดิฉันเขียนบทความถามถึง จริยธรรมสื่อ “Nation TV” เซ็นเซอร์ข้อมูลดีเบต เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ใช่หรือไม่ !?ปรากฎว่ามีคนโทรไปเล่นงานเนชั่น จนผู้อำนวยการ “Nation TV” ต้องส่งคนมาติดต่อขอร้องให้ดิฉันลบโพส อีกทั้งสัญญาว่า ในช่วงเลือกตั้งยังต้องคบค้าเชิญมาออกรายการกันอีก ซึ่งดิฉันยอมลบโพสให้แต่ปรากฎว่านอกจากไม่เชิญดิฉันออกรายการ “เปิดฉากศึกชิงผู้ว่ากทม.65” ที่เพิ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมาโดยเชิญเพียงผู้สมัครชาย 6 คนมาออกรายการแล้ว ยังให้รายการ “เจาะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ใครมีโอกาสเข้าวิน” เมื่อ31 มีนาคม ออกมาให้ข่าวเท็จด้อยค่าดิฉันว่าเคยสอบตกการสมัครผู้ว่า กทม.อีกด้วยทั้งที่ในความเป็นจริงดิฉันเคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ถึง 2 ครั้ง โดยครั้ง

Xล่าสุดในปี 2551 ดิฉันได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ให้คะแนนสูงสุดถึง 743,397 เสียง โดยผู้สมัครท่านอื่นๆหลายท่านไม่เคยลงสนามเลือกตั้งด้วยซ้ำ หรือบางคนอาจจะเคยสอบตกมา แต่สื่อ Nation กลับไม่เจาะลึกผู้สมัครท่านอื่นๆในแนวเดียวกับดิฉัน และยังไปด้อยค่าผู้สมัครอิสระบางท่านว่าเป็นไม้ประดับ ลงสมัครเพื่อเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล อยากได้ชื่อว่าเคยเป็นผู้สมัครผู้ว่ากทม.เป็นต้น นี่ควรเป็นหน้าที่ของสื่อแล้วหรือ!?ดิฉันได้ปรึกษาทีมนักกฎหมายแล้ว ทนายเห็นว่าสมควรดำเนินการทางกฎหมายต่อ Nation TV 22 ผู้เสนอข่าวทางสื่อสังคม(Social Media) ในรูปแบบYouTubeดังกล่าว ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าจะได้รับความยุติธรรมจากศาลและความเป็นธรรมจากผู้เสพสื่อในประเด็นที่ถูกใส่ร้ายด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จอย่างชัดเจน

ทีีมา MG Online

ชมคลิป: ‘รสนา’ ลงพื้นที่ติดตั้งป้ายริมถนนเจริญนคร

ฟ้องคดีจนศาลสั่ง ปตท. คืนท่อก๊าซสกัดการผูกขาดก๊าซธรรมชาติ 

‘รสนา’ ร้องศาลปกครองฟ้องรัฐ ปมทวงคืนท่อก๊าซจาก ปตท.

รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. พร้อมตัวแทนประชาชน 1,455 ราย ฟ้องนายกฯ และก.คลัง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในการทวงคืนท่อก๊าซจาก ปตท.

เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ศาลปกครองกลาง น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. พร้อมด้วย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวก ซึ่งเป็นประชาชนผู้ใช้ก๊าซใช้ไฟฟ้า รวม 1,455 ราย เดินทางมายื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน บมจ.ปตท.และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 เรื่องเป็นเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานของรัฐละเลย หรือละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการทวงคืนทรัพย์สินในส่วนท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเล และอุปกรณ์ประกอบระบบขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ ที่ บมจ.ปตท.สร้างก่อนวันที่ 1 ต.ค.44 ทั้งหมด รวมถึงท่อก๊าซเส้นที่ 3 ซึ่งอยู่ในทะเลที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2550 ก่อนการแปรสภาพ ปตท.ให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่มีเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.50

โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ครม. และผู้ถูกฟ้องทั้ง 5 คน ร่วมกันดำเนินการติดตามท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเล และอุปกรณ์ประกอบระบบขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ ที่ บมจ.ปตท.สร้างก่อนวันที่ 1 ต.ค.44 ทั้งหมด รวมถึงท่อก๊าซเส้นที่ 3 ซึ่งอยู่ในทะเลที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2550 ก่อนการแปรสภาพ ปตท. เพื่อให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ตามหนังสือโต้ตอบระหว่างกระทรวงการคลังและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

ขณะที่ น.ส.รสนา หนึ่งในผู้ฟ้อง กล่าวว่า เหตุที่ต้องมาฟ้องเนื่องจากรายงานของ สตง. ระบุว่า บมจ.ปตท. คืนทรัพย์สินไม่ครบถ้วน แต่ ปตท. กลับรายงานต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.51 ว่า ได้ส่งคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษาให้เป็นของแผ่นดินครบถ้วนแล้ว ประกอบกับเมื่อ สตง.รายงานมา กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลับไม่พยายามติดตามทวงคืน อ้างแต่คำสั่งศาลปกครองที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.51 ว่า ปตท. ได้ส่งคืนทรัพย์สินครบถ้วนแล้ว แล้วไม่ยอมส่งเรื่องให้กฤษฎีกา ขณะที่กฤษฎีกาเองก็แจ้งว่ากรณีดังกล่าวต้องให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดจึงเท่ากับว่ากระทรวงการคลัง เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย พวกเราในฐานะประชาชนจึงไม่มีทางอื่น จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้กระทรวงการคลังได้ปฏิบัติตามหน้าที่.

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ. ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3/2560 ประกาศจะดำเนินการอยู่ 3 เรื่อง โดยหนึ่งในนั้น คือ ดำเนินการเรื่องการส่งมอบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ที่ คปพ. เห็นว่ายังส่งมอบไม่เสร็จสิ้น

เรื่องท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. นับได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงเรื่องหนึ่งของแวดวงพลังงานไทย เพราะถึงแม้ว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาปิดฉากไปตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวโดยบุคคลบางกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่าศาลตัดสินไม่ชัดเจนหรืออย่างไร ถึงทำให้ประเด็นนี้ดำเนินมาได้ถึง 10 ปี

ดังนั้น เพื่อไม่ให้คำพิพากษาของศาลทำให้เกิดความเคลือบแคลงในสังคม ผู้เขียนจะขอเปิดสาระสำคัญของทุกคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. ทั้งหมด เพื่อให้ท่านผู้อ่านพิจารณาว่า คำพิพากษาของศาลในเรื่องนี้ ยุติหรือไม่ เพียงใด (อ่านข้อมูลพื้นฐานเรื่องการส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท.ได้ที่นี่)

1. ครั้งที่หนึ่ง: คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 (คดีแปรรูป ปตท.)

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ได้มีผู้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการแปรรูป บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และให้กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยแบบเดิม ต่อมา ในวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา สรุปได้ดังนี้

  • ให้ยกคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนการแปรรูป บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  • ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ (คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ปตท.) ร่วมกันแบ่งแยกทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินและสิทธิการใช้ที่ดินที่ได้มาจากการใช้อำนาจมหาชนเพื่อวางระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อกลับมาเป็นของรัฐ

2. ครั้งที่สอง: คำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551

ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว หน่วยงานต่างๆ ก็ได้ดำเนินการแบ่งทรัพย์สินให้กับรัฐตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ศาลปกครองสูงสุดก็มีคำสั่งว่า “ปตท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

3. ครั้งที่สาม: คำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552

ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งครั้งที่สองแล้ว เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ผู้ฟ้องคดีในคดีแปรรูป ปตท. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดอีกครั้ง ขอให้ศาลทำการไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินของ ปตท. ที่จะต้องแบ่งแยกคืนให้กระทรวงการคลัง โดยคำร้องได้อ้างรายงานของ สตง. ซึ่งมีความเห็นว่ามูลค่าทรัพย์สินของ ปตท. ยังส่งมอบไม่ครบตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

ปรากฏว่าในวันเดียวกันนั้นเอง ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ฟ้องคดี โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องคดีมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีสิทธิบังคับคดีอีกทั้ง ปตท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

4. ครั้งที่สี่: หนังสือของสำนักงานศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552

หลังจากที่ศาลได้มีคำสั่งครั้งที่สามไม่นาน ต่อมา วันที่ 10 มีนาคม 2552 สำนักงานศาลปกครองก็ได้มีหนังสือไปถึง สตง. เพื่อตอบกลับความเห็นของ สตง. ว่า “…ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๔ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

5. ครั้งที่ห้า: คำสั่งของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555

ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งแล้วถึงสี่ครั้ง สามปีถัดมา คือ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กับพวกรวม 1,455 คน ได้ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปตท. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อศาลปกครองกลางอีกครั้ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าร่วมกันดำเนินการแบ่งแยกระบบท่อก๊าซธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเลให้กลับมาเป็นของรัฐ และในคำฟ้องครั้งนี้ ผู้ฟ้องคดียังได้แนบหนังสือความเห็นของ สตง. ฉบับเดิมที่ศาลเคยตอบไว้แล้วในครั้งที่สี่ด้วย ศาลได้ใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้ประมาณ 17 วัน ต่อมา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ศาลปกครองกลาง จึงมีคำสั่งที่ไม่รับคำฟ้องเรื่องนี้ โดยให้เหตุผลว่า คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาแล้ว

6. ครั้งที่หก: คำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557

แม้ว่าศาลปกครองกลางจะไม่รับคำฟ้องเป็นครั้งที่ห้า แต่ผู้ฟ้องคดีก็ได้ทำการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 ศาลปกครองสูงสุดก็มีคำสั่งยืนยันไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีตามศาลปกครองกลาง โดยให้เหตุผลว่า ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไปแล้ว

นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังวินิจฉัยด้วยว่า การที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ปตท. รายงานต่อศาลปกครองสูงสุด โดยไม่มีการตรวจสอบและรับรองจาก สตง. นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันภายในหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของคณะรัฐมนตรี มิใช่เป็นเหตุที่กล่าวอ้างว่าเป็นการดำเนินการที่ยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย (การส่งมอบทรัพย์สิน ปตท. ให้กับรัฐ) ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคยเขียนไว้แล้ว (อ่านที่นี่)

7. ครั้งที่เจ็ด: คำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559

ภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งครั้งที่หก ต่อมา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ได้มีผู้ร้องไปยังศาลปกครองสูงสุดอีกครั้ง ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งครั้งที่สอง (26 ธันวาคม 2551) ของตนเอง และขอให้ศาลพิจารณาความเห็นของ สตง. อีกครั้ง

ดังนั้น เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องฉบับนี้ เนื่องจากเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีหรือประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว

8. ครั้งที่แปด: คำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณี ละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ศาลปกครองสูงสุดยังได้มีคำสั่งถึงผู้ที่กระทำการละเมิดอำนาจศาล กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินคดีของศาลปกครองสูงสุดเรื่องท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. โดยในครั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้ยืนยันถึงความยุติธรรมและเป็นกลางของศาล ในการพิจารณาคดีนี้อย่างรอบคอบทุกครั้ง โดยเฉพาะคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 (ครั้งที่สอง)

ที่มา :
https://www.thairath.co.th/content/298720
https://thaipublica.org/2017/06/chakartnit-8/thaipublica

“รสนา” เปิดตัวป้ายแนวใหม่ ชู​ 9​ นโยบาย​ปราบโกง :

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 เปิดตัวป้ายหาเสียงครั้งแรก แนวใหม่วางขนานกับฟุตปาธ​ เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัย ไม่กีดขวางทางเท้า ชี้ผู้แทนต้องใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชน เตรียมลงพื้นที่หมู่บ้านอิมพีเรียลปาร์ค หลังได้รับร้องเรียน​เรื่อง กลิ่นเหม็นของโรงผลิตไฟฟ้าจากขยะ 800 ตันต่อวัน รบกวนชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน ชูนโยบายปราบโกง 9​ ข้อ ทำได้จริง

นโยบายผู้ว่ากทม. 9 ด้านแรกของรสนา

รสนาขออภัยที่ยังไม่ติดป้าย!? ขอเชิญชวนช่วยกันแชร์ป้ายออนไลน์ ปฏิรูปการติดป้ายหาเสียง

มีแฟนคลับโทรมาถามไม่เห็นป้ายเบอร์ 7 ของรสนาเลย ต้องขออภัยที่ป้ายน้อย ไม่คิดลงทุนเพื่อถอนทุน ไม่ต้องการเพิ่มขยะให้มากขึ้น ไม่ต้องการวางป้ายกีดขวางทางสัญจรของประชาชน มีแฟนคลับหลายรายเสนอให้ดิฉันไปใช้พื้นที่ส่วนบุคคลของแต่ละท่านติดป้าย แทนสถานที่สาธารณะ ดิฉันขอขอบคุณในน้ำใจทุกๆท่าน หากมีท่านใดยินดีให้พื้นที่ติดป้าย ดิฉันจะได้นำป้ายไปติด

ดิฉันเชื่อว่าป้ายในยุคนี้อยู่ในมือถือของทุกคน และดิฉันก็ต้องการให้เปลี่ยนความคิดในสังคมในการลงทุนทำป้ายหาเสียงเลือกตั้งจำนวนมากที่นอกจะกีดขวางทางเท้า ทำให้เกิดขยะจำนวนมากแล้ว ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อถอนทุนอีกด้วย

หากทุกท่านช่วยกันเปลี่ยนแปลงความคิดเดิมๆ และอยากช่วยสนับสนุนดิฉัน สามารถช่วยกันแชร์ภาพโปสเตอร์ทั้ง 10ใบนี้ในช่องทางโซเชียลมีเดียของท่าน

การไม่เพิ่มขยะมากเกินไป เราจะได้ช่วยกันรักษาความสะอาดของกรุงเทพ และช่วยกันลดขยะไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวการติดป้ายบนพื้นที่ส่วนบุคคลที่แรกที่ถ.เจริญนคร19 ฝั่งเดียวกับ ไอคอนสยาม ติดต่อคุณน้ำค้าง Line namkang.rp

รสนา โตสิตระกูล
4 เมษายน 2565

เลือกรสนากาเบอร์7

https://www.facebook.com/100001035423086/posts/5346181388759656/?d=n